แนะนำ 5 ฟิตเนสเปิด 24 ชั่วโมง ดึกแค่ไหนก็ฟิตได้

การออกกำลังกายถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลสุขภาพร่างกายเราได้เป็นอย่างดี แต่การออกกำลังกายให้ได้ผลก็ต้องมาควบคู่กับการออกกำลังกายที่ถูกวิธี การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการเลือกรับประทานอาหารก็มีส่วนทำให้สุขภาพร่างกายของเราดีขึ้นด้วยเช่นกัน

แต่หากพูดถึงการออกกำลังกายนั้น ในปัจจุบันนี้ก็มีตัวเลือกการออกกำลังกายให้เราได้เลือกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ การวิ่ง การเล่นกีฬาต่าง ๆ และอีกหนึ่งวิธีการออกกำลังกายที่เป็นที่นิยมสำหรับคนกรุงเทพฯ นั่นก็คือ ‘การเข้าฟิตเนส’ ที่ต้องบอกว่าเป็นที่นิยมสำหรับคนกรุงเทพฯ นั่นก็เพราะพื้นที่ในการออกกำลังกายในกรุงเทพฯ ค่อนข้างมีจำกัด หรืออยู่ไกลทำให้การเดินทางค่อนข้างลำบาก ดังนั้นการเข้าฟิตเนสจึงได้กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ซึ่งในฟิตเนสก็มีเครื่องออกกำลังกายต่าง ๆ ให้เราได้เลือกใช้กันมากมาย อีกทั้งฟิตเนสยังมีความปลอดภัยสูง แถมในบางที่ก็ยังมีเทรนเนอร์ให้บริการ และคอยให้คำแนะนำที่ถูกต้องอยู่อีกด้วย แต่ฟิตเนสส่วนใหญ่ก็มีเวลาเปิด-ปิดที่จำกัด ดังนั้นวันนี้เราก็มาเอาใจคนเลิกงานดึกด้วยการรวบรวม 5 ฟิตเนสที่เปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง จะมีที่ไหนบ้างไปดูพร้อมกันเลย

Jetts Fitness

Jetts Fitness
Jetts Fitness ภาพจาก : www.mover.in.th/m-article/the-best-24-hrs-fitness-thailand/
  • สำหรับที่ Jetts Fitness ก็จะมีสาขาเปิดให้บริการเยอะมาก มีอุปกรณืออกกำลังกายที่ทันสมัย มีคลาสพิเศษที่ช่ยพัฒนาร่างกายส่วนต่าง ๆ ทั้ง โยคะ มวยไทย แดนซ์ซิ่ง ที่สำคัญยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ได้ฟรี นอกจากนี้บัตรสมาชิกยังสามารถใช้บริการได้ทุกสาขาทั่วโลกเลยจ้า

Celebrity Fitness Samyan Mitrtown

Celebrity Fitness Samyan Mitrtown
Celebrity Fitness Samyan Mitrtown ภาพจาก : www.celebrityfitness.co.th/th/clubs/samyan-mitrtown
  • ฟิตเนสมาแรงใจกลางเมืองกรุง สำหรับฟิตเนสแห่งนี้เป็นแบรนด์มาจากอินโดนีเซีย เน้นการดูแลสมาชิกแบบเฟิร์สคลาสพร้อมด้วยเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่ทันสมัย และมีความหลากหลาย เหมาะมากสำหรับคนวัยทำงานหรือนิสิตนักศึกษาที่พักอยู่ย่านนั้น

Fitness7

Fitness7
Fitness7 ภาพจาก : www.fitness-7.tht.in.th/page.php?tokenWeb=MTc5ODg=&pID=103926
  • สำหรับที่ฟิตเนสเซเว่นจะมีบริการเทรนเนอร์คอยให้คำปรึกษาและสอนการเล่นอย่างถูกวิธีให้แบบใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งจะเข้าฟิตเนสหรือคนที่ยังไม่ชำนาญการใช้เครื่องออกกำลังกาย ที่สำคัญยังมีคลาสสอนการออกกำลังกายแบบต่าง ๆ ให้เข้าร่วมแบบฟรีอีกด้วย

Fitness First

Fitness First
Fitness First ภาพจาก : www.propholic.com/prop-now
  • สำหรับที่นี่ก็คงจะคุ้นหูคุ้นตาใครหลาย ๆ คน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ทั้งเครื่องออกกำลังกายมาตรฐานต่าง ๆ คลาสออกกำลังกายแบบพิเศษกว่า 60 คลาส ที่สามารถเข้าร่วมได้ฟรี นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก แถมยังมีชุดออกกำลังไว้ให้บริการอีกด้วยจ้า

Fitness 24 Seven

Fitness 24 Seven
Fitness 24 Seven ภาพจาก : www.brandbuffet.in.th/2018/03/fitness24seven-fitness-24-hours/
  • ฟิตเนสชื่อดังของประเทศสวีเดน มีเครื่องเล่นให้เลือกเยอะ รวมไปถึงอุกรณ์คาดิโอและเวทเทรนนิ่ง นอกจากนี้ก็ยังมีห้องฟิตเนสสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะอีกด้วย ใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวแบบผู้หญิง ๆ ขอแนะนำที่นี่เลยจ้า

ทั้งหมดนี้ก็เป็นฟิตเนสที่เปิดให้บริการแบบ 24 ชั่วโมง จะเลิกงานดึกแค่ไหน หรือใครคึกอยากกำลังกายตอนดึก ๆ ก็หมดห่วงไปได้เลยจ้า ใครอยากฟิตก็ไปตามที่พิกัดที่เราปักหมุดไว้ได้เลย

6 ท่าออกกำลังกาย ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ

การออกกำลังกายถือว่าเป็นสิ่งที่เปิดกว้างและไม่เคยจำกัดช่วงอายุของคน ไม่ว่าจะเด็กเล็ก วัยเรียน วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุก็ควรจะได้ออกกำลังกายบ้างตามความเหมาะสม และยิ่งคนเรามีอายุเพิ่มขึ้นมาเท่าไหร่ สิ่งที่ตามมานั่นก็คือปัญหาทางด้านสุขภาพ อารมณ์ และจิตใจ

เพราะฉะนั้นแล้วผู้สูงอายุก็ควรจะได้ขยับร่างกายบ้างวันละเล็กวันละน้อย ซึ่งข้อดีของการออกกำลังกายในผู้สูงอายุบอกเลยว่ามีเยอะมาก ๆ ทั้งช่วยชะลอความชรา ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น ช่วยในเรื่องของการทรงตัว ระบบขับถ่าย ลดน้ำหนักตัว ที่สำคัญยังช่วยให้นอนหลับได้ง่ายและลดความเครียดได้อีกด้วย

6 ท่าออกกำลังกาย ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ
6 ท่าออกกำลังกาย ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ

แต่การออกกำลังกายในผู้สูงอายุก็ต้องมาพร้อมกับการเพิ่มความระมัดระวังขณะออกกำลังกาย และสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวก็ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ทั้งนี้ก็เพื่อความแข็งแรงและความปลอดภัยนะคะ

แล้ววันนี้เราก็ได้รวบรวม 6 ท่าออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุมาฝากกันค่ะ

  • บริหารนิ้วมือ ยกมือขึ้นระดับหน้าอก จากนั้นกำนิ้วมือแล้วแบออก โดยพยายามแบออกให้เต็มที่เมื่อได้แล้วก็ทำแบบนี้สลับไปเรื่อย ๆ ค่ะ
  • บริหารข้อมือ ยกแขนขึ้นมา กำมือจากนั้นก็หมุนไปข้างหน้าสลับกับหมุนกลับ
  • ท่ากางศอก ยกแขนทั้งสองข้างให้ขนานกับไหล่แล้วพับแขนให้เป็นแนวฉาก จากนั้นกำมือขึ้นแล้วดึงแขนที่ตั้งฉากเข้าหากันทำแบบนี้สลับไปเรื่อย ๆ
6 ท่าออกกำลังกาย ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ
6 ท่าออกกำลังกาย ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ
  • กำหมัดชูแขน ให้นำมือซ้ายเท้าเอวไว้ แล้วยกแขนขวาขนานกับไหล่ จากนั้นกำหมัดแล้วชูขึ้นพร้อมกับการเอี้ยวตัวไปด้านซ้าย ทำแบบนี้สลับกับแขนทั้ง 2 ข้าง
  • แกว่งแขน ปล่อยมือตามสบาย จากนั้นแยกขาทั้งสองข้างให้มีความกว้างเท่ากับช่วงไหล่ จากนั้นก็เริ่มการแกว่งแขนไปมา
  • ท่าลุกจากเก้าอี้ ให้พรุงตัวเองลุกจากเก้าอี้แบบไม่ต้องใช้มือช่วย เริ่มจากการใช้เก้าอี้ที่แข็งแรงยึดติดกับพื้น จากนั้นก็สสลับลุกนั่งแบบไม่ต้องใช้มือช่วย แต่ท่านี้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีปัญหาเรื่องหัวเข่านะคะ หากทำไม่ได้ก็ลองเปลี่ยนไปท่าอื่น ๆ ดีกว่าค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นท่าทางการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุที่เรานำมาฝากกัน บ้านใครที่มีผู้สูงอายุอยู่ก็ลองเอาท่าทางเหล่านี้ไปสอนท่านได้นะคะ ที่สำคัญทุก ๆ ครั้งที่ผู้สูงอายุมีการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายก็ควรจะมีบุตรหลานรักษาความปลอดภัยให้อยู่ห่าง ๆ หรือมาร่วมกิจกรรมด้วยก็จะดียิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะได้ออกกำลังกายด้วยกันแล้ว ยังสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกเหงาและมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ

4 ท่าออกกำลังกายคนท้อง แข็งแรงทั้งแม่และลูก

การมีลูกน้อยเพื่อเป็นโซ่ทองคล้องใจก็คงเป็นอีกหนึ่งความฝันของคู่รักอย่างแน่นอน ซึ่งในช่วงที่คุณแม่กำลังมีการตั้งครรภ์นั้นทั้งร่างกายของคุณแม่และลูกน้อยก็ต้องได้รับการบำรุงที่ดี ทั้งในเรื่องของอาหารมื้อหลัก อาหารเสริม ผลไม้ต่าง ๆ การพักผ่อนให้เพียงพอ และนอกจากสิ่งที่กล่าวมาแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับคุณแม่และลูกน้อยได้นั่นก็คือ ‘การออกกำลังกาย

บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าการตั้งครรภ์นั้นไม่ควรจะออกกำลังกาย เพราะจะส่งผลเสียต่อลูกในท้องได้ แต่จริง ๆ แล้ว ในช่วงเวลาของการตั้งครรภ์นี่แหละคือช่วงเวลาที่จะต้องให้ร่างกายได้ขยับบ้าง ซึ่งการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถรับมือกับสภาวะต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงระหว่างการตั้งครรภ์ และช่วยลดอาการเมื่อยได้แล้ว การออกกำลังกายยังมีส่วนช่วยให้คุณแม่สามารถคลอดลูกได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้หลังคลอดกลับมามีหุ่นที่ดีเหมือนเดิมได้อีกด้วย

ท่าออกกำลังกายสำหรับคนท้อง
ท่าออกกำลังกายสำหรับคนท้อง

แต่ทั้งนี้การออกกำลังกายระหว่างการตั้งครรภ์ก็ต้องมาพร้อมกับการเซฟร่างกาย ไม่หักโหมจนเกินไป ออกกำลังกายในท่าที่เหมาะสมกับอายุครรภ์ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของแม่ ๆ และลูกน้อย

ท่าที่ 1 :

  • กางขากว้าง ๆ ให้ช่วงเท้ากว้างกว่าช่วงไหล่และสะโพก จากนั้นหันหัวเข่าและนิ้วเท้าออกไปด้านนอกประมาณ 45 องศา ยืดหลังตรง แล้วค่อย ๆ ย่อเข่าลงให้ต่ำกว่าช่วงตัว แล้วจึงยืดกลับไปท่าเดิม แต่หากไม่สะดวกก็ให้ใช้ตัวช่วยอย่างโต๊ะหรือเก้าอี้มาเป็นตัวค้ำ เริ่มจากเซ็ตละ 10 ครั้ง แล้วค่อย ๆ เพิ่มตามกำลังที่ไหว

ท่าที่ 2 :

  • นอนตะแคงข้างแล้วตั้งแขนรับศีรษะเอาไว้ งอข้างทั้งสองข้างแล้วเอาส้นเท้าทั้งสองข้างมาชนกัน จากนั้นอ้าขาออกช้า ๆ ความกว้างไม่จำกัด ส่วนคนที่ท้องเริ่มใหญ่ก็ควรมีหมอนมารองไว้เพื่อความปลอดภัยและความสะดวก

ท่าที่ 3 :

  • นอนตะแคงแล้วเอาแขนรองศีรษะเอาไว้ ยกขาข้างหนึ่งขึ้นลงแบบช้า ๆ ระดับความสูงก็เอาตามที่คุณแม่ไหว ส่วนขาอีกข้างก็งอเอาไว้ประมาณ 90 องศา ข้อควรระวังสำหรับคุณแม่ที่ท้องใหญ่ก็จะต้องใช้หมอนมารองเพื่อความสะดวกและปลอดภัยค่ะ

ท่าที่ 4 :

  • ท่านี้ต้องใช้ขวดน้ำเล็ก ๆ หรือกระป๋องที่มีน้ำหนักเบามาเป็นตัวช่วยแทนดัมเบลก็ได้ค่ะ จากนั้นยืนให้ทั้ง 2 ข้าง มีความกว้างเท่ากับช่วงไหล่ ยืดแขนตึง แล้วค่อย ๆ ยกแขนขึ้นเป็นรูปครึ่งวงกลม ท่านี้จะช่วยบริหารแขนให้กับคุณแม่ค่ะ

แต่สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่ไม่สะดวกทำท่าออกกำลังกายเหล่านี้ ก็สามารถจะเปลี่ยนเป็นไปเดินออกกำลังยามเช้า หรือช่วงเย็น แกว่งแขนไปมาเพื่อเป็นการบริหารเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้วค่ะ

วิธีบรรเทาอาการกล้ามเนื้อฉีก ให้ได้ผลที่สุด

คนที่เพิ่งเริ่มต้นการออกกำลังกายใหม่ ๆ หรือนักกีฬาที่ผ่านการซ้อมมาอย่างหนัก คงไม่มีใครไม่เคยเจอ ‘อาการกล้ามเนื้อฉีก’ อย่างแน่นอน ซึ่งอาการนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บ หรือปวดที่กล้ามเนื้อมัดนั้นอย่างรุนแรง และสำหรับบางคนก็อาจจะมีอาการที่เจ็บถึงขั้นเดินไม่ไหว ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ กล้ามเนื้อส่วนนั้นก็จะมีอาการบวม มีสีคล้ำหรือเกิดเป็นรอยฟกช้ำ

โดยสาเหตุของอาการกล้ามเนื้อฉีกส่วนใหญ่ ก็มักจะเกิดจากอุบัติเหตุกล้ามเนื้อ เช่น การถูกชนหรือถูกกระแทกอย่างแรง การใช้งานกล้ามเนื้อหนักเกินไป หรือคนที่ออกกำลังกายแบบหักโหมและไม่มีการยืดคลายกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธีก็สามารถจะมีอาการกล้ามเนื้อฉีกได้เช่นกัน

สาเหตุของอาการกล้ามเนื้อฉีก
สาเหตุของอาการกล้ามเนื้อฉีก

ซึ่งทางที่ดีที่จะช่วยแก้ปัญหากล้ามเนื้อฉีกได้ดีที่สุด นั่นก็ต้องเริ่มมาจากการป้องกันตัวเอง เช่น ในคนที่ออกกำลังกายก็จะต้องวอร์มร่างกายและยืดกล้ามเนื้อให้ถูกวิธี เพื่อเป็นการลดอาการบาดเจ็บระหว่างการออกกำลังกายนั่นเองค่ะ แต่สำหรับใครที่ไม่ทันได้ระวังตัวแล้วกำลังเจอกับอาการนี้อยู่ วันนี้เราก็มีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับวิธีบรรเทาอาการกล้ามเนื้อฉีก รับรองได้เลยว่าหากใครทำตามวิธีเหล่านี้ก็จะสามารถช่วยได้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

  • ประคบเย็น ใช้ผ้าหรือถุงพลาสติกห่อน้ำแข็งมาประคบบริเวณที่ปวด ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดอาการปวด บวม และป้องกันไม่ให้มีเลือดออก แต่ข้อควรระวังก็คือไม่ควรให้ผิวสัมผัสกับน้ำแข็งโดยตรง เพราะความเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัว และทำให้เกิดกล้ามเนื้อขาดได้
  • พักการใช้กล้ามเนื้อส่วนที่ปวด เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น และเพื่อให้กล้ามเนื้อได้คืนสภาพเดิม
วิธีบรรเทาอาการกล้ามเนื้อฉีก
วิธีบรรเทาอาการกล้ามเนื้อฉีก
  • ใช้ผ้ายืดพับรอบกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยลดอาการบวม อักเสบ และห้อเลือดได้ นอกจากนี้ก็ยังช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นเคลื่อนไหวมากเกินไป ข้อควรระวังไม่ควรพันผ้าแน่นจนเกินไป
  • ห้ามยกของหนัก หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงโดยเด็ดขาด เพราะการยกของหนักก็เหมือนกับการไปย้ำจุดเดิม ๆ ซึ่งก็จะทำให้อาการปวดตรงนั้นไม่ลดน้อยลง และไม่มีเวลาได้พักกล้ามเนื้อเพื่อคืนสภาพเดิม
  • การผ่าตัด วิธีนี้ถือเป็นทางออกสำหรับผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้อฉีกแบบหนัก ๆ เช่น คนที่ยกแขนไม่ไหว คนที่เริ่มเดินไม่ได้ หรืออาการนั้นเริ่มส่งผลทางลบกับการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์จึงต้องซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่ฉีกขาด เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้สมบูรณ์อีกครั้ง

ใครที่กำลังเจออาการกล้ามเนื้อฉีกอยู่ ก็สามารถนำคำแนะนำเหล่านี้ไปทำตามได้ รับรองได้เลยว่าอาการที่เป็นอยู่จะต้องบรรเทาได้อย่างแน่นอนค่ะ

6 การลดน้ำหนักแบบผิด ๆ ที่คนไม่รู้ตัว

การออกกำลังกาย’ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง นอกจากนี้แล้วการออกกำลังกายยังเป็นการช่วยเผาผลาญไขมัน ช่วยลดความเครียด และยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดของเราทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ซึ่งตัวเลือกในการออกกำลังนั้นก็มีมากมายหลายตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การเดิน การเล่นกีฬา ฯลฯ และวัตถุประสงค์ในการออกกำลังกายของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไป ซึ่งอีกหนึ่งวัตถุประสงค์แรก ๆ ของการออกกำลังกาย นั่นก็คือ ‘การลดน้ำหนัก’ แต่เหล่าคนที่กำลังลดน้ำหนักเคยสังเกตตัวเองไหมคะ ว่าไม่ว่าเราจะออกกำลังกาย กินอาหารคลีน หรือเคร่งกับการกินมากขนาดไหน แต่น้ำหนักของเราก็ยังเท่าเดิมไม่มีท่าทีว่าจะลดลงเลย สาเหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะคุณกำลังลดน้ำหนักแบบผิดวิธีนั่นเองค่ะ

การลดน้ำหนักแบบผิด ๆ ที่คนไม่รู้ตัว
การลดน้ำหนักแบบผิด ๆ ที่คนไม่รู้ตัว

ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวม 6 ความเชื่อในการออกกำลังกายหรือการลดน้ำหนักแบบผิด ๆ ที่หลายคนทำไปแบบไม่รู้ตัวมาฝากทุกคนกัน รับรองได้เลยว่าหากใครได้เรียนรู้วิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้องจากบทความนี้จะช่วยให้การลดน้ำหนักของทุกคนดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

  • นับแคลอรี่มากเกินไป การคำนวณแคลอรี่ที่กินไปในแต่ละวันเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่ก็ไม่ควรที่คำนวณแบบเคร่งครัดเกินไป กินเข้าไปเท่าไหร่ ออกกำลังไปเท่าไหร่ แล้วนั่งจิ้มเครื่องคิดเลขอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการทำแบบนี้ก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพจิตได้นะคะ
  • ไม่กินอาหารที่ให้พลังงานก่อนออกกำลังกาย บางคนอาจจะอดอาหารเพื่อต้องการให้มีรูปร่างที่ผอมเพรียว แต่การเข้าใจแบบนี้ถือว่าเป็นผิดเป็นอย่างมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วก่อนออกกำลังกายทุกครั้งจะต้องกินอาหารประเภทโปรตีนหรือประเภทที่ให้พลังงานก่อน เพราะหากร่างกายไม่ได้รับสารอาหารก็อาจจะทำให้เป็นลมหรือเสี่ยงเป็นโรคขาดสารอาหารได้
  • งดบริโภคไขมันทุกชนิด ซึ่งไขมันหน้าที่หลัก ๆ เลยก็คือสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ดังนั้นก็ควรจะบริโภคไขมันด้วยนะคะ เพียงแค่เปลี่ยนจากไขมันเสียเป็นไขมันดีแทน เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า และปลาทะเลน้ำลึก เป็นต้น
ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก
ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายหนัก ๆ สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้นลดน้ำหนัก จริง ๆ แล้วควรจะออกกำลังกายเพียงแค่ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และแต่ละครั้งก็ไม่ควรหักโหมมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้
  • กินหลัง 6 โมงเย็นแล้วจะอ้วน ซึ่งจริง ๆ แล้วจะอ้วนหรือไม่อ้วนจะขึ้นอยู่กับแคลอรี่ที่ได้รับมากกว่า เพราะหากเรากินเวลาไหนแต่แคลอรี่ที่กินไปมีปริมาณน้อยกว่าพลังงานที่เสียไป ยังไงก็ไม่อ้วนแน่นอนค่ะ
  • กินน้อยแล้วจะผอม บางคนเข้าใจผิดว่าการอดอาหารหรือกินให้น้อยเกินไปกว่าปกติ ช่วงแรก ๆ ก็อาจจะช่วยให้น้ำหนักลดจริง แต่หลังจากที่เรากลับมากินตามปกติก็จะทำให้เกิดภาวะ ‘โยโย่เอฟเฟ็กต์’ ซึ่งแน่นอนเลยว่า หากเกิดเป็นภาวะนี้ก็จะส่งผลให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้ยากกว่าเดิมแน่นอนค่ะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักที่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังทำอยู่แบบไม่รู้ตัว ใครที่กำลังทำวิธีเหล่านี้อยู่ก็ต้องรีบแก้ไขแล้วหันมาออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแบบถูกวิธี ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพที่ดีและการลดน้ำหนักที่ได้ผลนะคะ

5 เครื่องออกกำลังกายในฟิตเนส ช่วยเบิร์นไขมัน!

ในปัจจุบันมีโรคต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย จึงส่งผลให้คนในยุคนี้เริ่มหันมาใส่ใจกันเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการใช้ชีวิต อาหารการกิน รวมไปถึงการ ‘การออกกำลังกาย’ ซึ่งการออกกำลังกายนั้นก็มีตัวเลือกกิจกรรมให้เราได้เลือกทำกันมากมายไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การยกเวท การเต้นแอโรบิก ฯลฯ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ฮิตมากในหมู่ของคนยุคใหม่นั่นก็คือ ‘ฟิตเนส’

เครื่องออกกำลังกาย ที่ช่วยเบิร์นไขมัน
เครื่องออกกำลังกาย ที่ช่วยเบิร์นไขมัน

ซึ่งฟิตเนสนั้นนอกจากจะมีอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายให้เราได้เลือกเล่นอย่างครบครันแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีเทรนเนอร์คอยให้การแนะนำในการเล่นเครื่องออกำลังกายต่าง ๆ ให้ได้ผลและปลอดภัยอีกด้วยค่ะ

แล้ววันนี้เราก็มี 5 เครื่องออกกำลังในฟิตเนส ที่บอกได้เลยว่าช่วยเบิร์นไขมันของทั้งหนุ่ม ๆ และสาว ๆ ได้กระจุยอย่างแน่นอน จะมีเครื่องออกกำลังกายชนิดใดบ้างไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

Rowing Machine

Rowing Machine ภาพจาก : www.pantip.com/topic/37249380
Rowing Machine ภาพจาก : www.pantip.com/topic/37249380
  • เครื่องเล่นชนิดนี้จะถูกออกแบบจำลองมาให้มีความคล้าย ๆ กับการพายเรือ ซึ่งหากใครที่ต้องการเบิร์นไขมันด้วยเครื่องออกกำลังชนิดนี้บอกเลยว่าคิดถูกมาก เพราะเครื่องเล่นนี้สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 377 แคลอรี่ ในเวลาเพียงแค่ 30 นาที

Treadmill

Treadmill
Treadmill ภาพจาก : www.fitonline.com.au/horizon-t101-treadmill-sale/
  • Treadmill หรือ ลู่วิ่งไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องออกกำลังกายชนิดแรก ๆ ที่หลายคนเลือกเล่น เพราะด้วยลักษณะการเล่นจะคล้าย ๆ กับการวิ่งปกติ เพียงแค่เราสามารถใช้พื้นที่ให้แคบลงแต่เรื่องของการเผาผลาญก็ยังคงดีเช่นเดิม เพราะสามารถที่จะเบิร์นได้ 1020 แคลอรี่/ชั่วโมง หรือ 17 แคลอรี่/นาที

Elliptical Trainer

Elliptical Trainer ภาพจาก : www.fitnessexpertthai.com/product/drax-elliptical-trainer-de6x/
Elliptical Trainer ภาพจาก : www.fitnessexpertthai.com/product/drax-elliptical-trainer-de6x/
  • แต่สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าแล้วไม่สามารถออกกำลังด้วยลู่วิ่งได้ Elliptical Trainer ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องออกกำลังกายที่ถูกออกแบบมาให้ผู้ที่มีปัญหานี้โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถช่วยเบิร์นไขมันได้ 780 แคลอรี/ชั่วโมง หรือ 13 แคลอรี/นาที

Upright Bike

Upright Bike
Upright Bike ภาพจาก : www.shopat24.com
  • หรือจักรยานแบบนั่งปั่นสามารถช่วยลดไขมันได้ทุกส่วนของร่างกาย ที่จะเห็นได้ชัดคือบริเวณหน้าท้องและต้นขาที่มีไขมันสะสมอยู่ และจะเล่นให้ได้ผลก็จะต้องเล่นเป็นประจำ 3 ครั้ง/สัปดาห์ค่ะ

Stair Climber

Stair Climber
Stair Climber ภาพจาก : www.fitness-china.com/stair-climber
  • เครื่องออกกำลังกายที่ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับขั้นบันไดแบบไม่รู้จบ ซึ่งนอกจากจะช่วยเบิร์นไขมันได้มากถึง 720 แคลอรี/ชั่วโมง หรือ 12 แคลอรี/นาที แล้ว ยังสามารถช่วยสร้างความแข็งแรงและสร้างกล้ามเนื้อให้กับขาเราได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเครื่องออกกำลังกายที่สามารถช่วยเบิร์นไขมันได้ดี แต่ที่สำคัญการออกกำลังให้ได้ประสิทธิภาพและเห็นผลที่สุด ก็จะต้องขึ้นอยู่กับอาหารการกินและการพักผ่อนที่เพียงพอด้วยนะคะ จึงจะทำให้สุขภาพของเราแข็งแรงขึ้นทั้งภายในและภายนอกค่ะ

นี่คือจุดที่ห้ามลืม ก่อนการออกกำลังกายทุกครั้ง – Trainer บอกมา

การเตรียมตัวก่อนการออกจากบ้านไปทำกิจกรรมอะไรก็ตาม เรายังคงต้องมีการ เก็บของ เตรียมของขึ้นรถ เตรียมค่าโดยสาร เช่นเดียวกันกับการออกกำลังกาย การ วอร์มอัพร่างกาย ก่อนการ ออกกำลังกาย อาจมองเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่แท้ที่จริงแล้ว มันจำเป็นอย่างมาก

หลายคนเบื่อการ Warm-up

บางคนมีเวลาน้อยในการออกกำลังกาย และต้องการเริ่มต้นในทันที ดังนั้นการ วอร์มอัพจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไปในบัดดล แต่แท้จริงแล้ว การเตรียมร่างกายให้พร้อม บอกกล้ามเนื้อทุกส่วน บอกกระดูกและเส้นเอ็น รวมถึงสมองว่า เรากำลังจะออกกำลังกายแล้ว จะให้ผลดี สองอย่างคือ

ทำให้มีประสิทธิภาพในการออกกำลังมากขึ้น

การวอร์มร่างกายก่อนการออกกำลังกาย จะทำให้เส้นเอ็นไม่ตึง ข้อต่อขยับได้มากขึ้น และเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถออกกำลังกายได้หนักหน่วงมากยิ่งขึ้น รวมถึง ยังทำให้สามารถ Burn Calories ได้มากกว่าเดิมอีกด้วย

ซึ่งหากถามว่าเบิร์นได้มากกว่าเดิมขนาดไหนกัน? คำตอบก็คือสามารถ เบิร์นได้มากกว่าเดิมถึง 60% เลยทีเดียว (อ้างอิง prevention.com)

ดังนั้นการเบิร์นแคลได้มากกว่าเดิม จะทำให้ร่างกายสามารถเอาแคลมาใช้ได้มากขึ้น แรงเยอะขึ้น และทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพกว่าเดิมนั่นเอง

ทำให้ลดอาการบาดเจ็บ

หากใครเคยลอง เดินๆอยู่แล้ววิ่งแบบ Sprint ทันที จะรู้ว่า อาจเกิดอาการบาดเจ็บในภายหลัง

การ Stretching จะทำให้ข้อต่อขยับได้มากกว่าเดิม ทำให้สามารถขยับได้อิสระมากขึ้น และส่งผลให้บาดเจ็บน้อยลง ลดอาการบาดเจ็บโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอ็นข้อเท้า เอ็นข้อมือ หลัง ฯลฯ (อ้างอิง nsmi.org.uk)

อ่านบทความอื่นๆเกี่ยวกับสุขภาพได้ที่ https://www.thepaleohygienist.com/